SCMC CLINIC

PCOS ทำให้ลดน้ำหนักยากกว่าคนทั่วไปจริงไหม? เหตุผลที่ผู้หญิงหลายคนไม่เคยรู้

การคุมน้ำหนักอย่างตั้งใจ แต่ตัวเลขบนตาชั่งขยับช้ากว่าที่หวัง อาจทำให้หลายคนรู้สึกว่าตัวเอง “พยายามไม่พอ” โดยเฉพาะผู้ที่มี PCOS (Polycystic Ovary Syndrome) หรือภาวะถุงน้ำรังไข่หลายใบ ความจริงคือ PCOS อาจเกี่ยวข้องกับระบบฮอร์โมนและการเผาผลาญหลายด้าน จึงทำให้การลดน้ำหนักของบางคนซับซ้อนขึ้นได้ แต่ไม่ได้หมายความว่าเป็นไปไม่ได้ หรือทุกคนที่มี PCOS จะต้องมีน้ำหนักเกิน

PCOS คืออะไร และทำไมไม่ใช่แค่เรื่องประจำเดือน

PCOS เป็นภาวะที่เกี่ยวข้องกับการตกไข่ไม่สม่ำเสมอ ระดับฮอร์โมนแอนโดรเจนที่สูงขึ้น หรือมีลักษณะของถุงไข่หลายใบจากอัลตราซาวนด์ โดยแพทย์จะวินิจฉัยจากข้อมูลหลายส่วน ไม่ควรวินิจฉัยด้วยอาการเดียวหรือผลอัลตราซาวนด์เพียงอย่างเดียว

อาการที่อาจพบ ได้แก่

  • ประจำเดือนมาไม่สม่ำเสมอหรือขาดประจำเดือน
  • สิว ผิวมัน ขนขึ้นมากในบริเวณที่ไม่ต้องการ หรือผมบาง
  • น้ำหนักเพิ่มง่าย หรือลดน้ำหนักได้ช้ากว่าที่คาด
  • ผิวหนังบางบริเวณคล้ำ หนา และมีลักษณะคล้ายกำมะหยี่ ซึ่งอาจสัมพันธ์กับภาวะดื้อต่ออินซูลิน

PCOS มีความเกี่ยวข้องกับความเสี่ยงของเบาหวานชนิดที่ 2 ภาวะเมตาบอลิก และโรคหัวใจและหลอดเลือดในระยะยาว จึงควรมองการดูแลมากกว่าตัวเลขน้ำหนักเพียงอย่างเดียว

ทำไม PCOS อาจทำให้ลดน้ำหนักยากขึ้น

  1. ภาวะดื้อต่ออินซูลิน
    อินซูลินเป็นฮอร์โมนที่ช่วยนำน้ำตาลจากเลือดเข้าสู่เซลล์เพื่อนำไปใช้เป็นพลังงาน เมื่อร่างกายตอบสนองต่ออินซูลินได้ลดลง ร่างกายอาจสร้างอินซูลินมากขึ้นเพื่อชดเชย ภาวะนี้สัมพันธ์กับระดับน้ำตาลในเลือดที่สูงขึ้น และอาจสัมพันธ์กับการสะสมไขมันหรือความหิวที่จัดการได้ยากในบางคน
    อย่างไรก็ดี ไม่ใช่ทุกคนที่มี PCOS จะมีภาวะดื้อต่ออินซูลิน และไม่ควรซื้อยา อาหารเสริม หรือจำกัดอาหารอย่างเข้มงวดด้วยตนเองเพื่อแก้ปัญหานี้
  2. ความเปลี่ยนแปลงของฮอร์โมนแอนโดรเจนและการตกไข่
    PCOS อาจมีระดับแอนโดรเจนสูงกว่าปกติ ซึ่งเกี่ยวข้องกับสิว ขนดก และการตกไข่ที่ไม่สม่ำเสมอ ความแปรปรวนของฮอร์โมนไม่ได้เป็น “สาเหตุเดียว” ของน้ำหนักตัว แต่สามารถทำให้การวางแผนดูแลสุขภาพต้องเฉพาะบุคคลมากขึ้น
  3. การนอน ความเครียด และพลังงานในชีวิตจริง
    ผู้มี PCOS บางรายมีปัญหาการนอน เช่น ภาวะหยุดหายใจขณะหลับ ซึ่งส่งผลต่อความง่วง ความอยากอาหาร และความพร้อมในการออกกำลังกาย ความเครียด อารมณ์ และตารางชีวิตที่แน่นก็มีผลต่อการกินและการพักผ่อนไม่แพ้เรื่องฮอร์โมน
  4. การตั้งเป้าจากมาตรฐานของคนอื่น
    ร่างกายแต่ละคนตอบสนองต่ออาหาร การออกกำลังกาย ยา และการนอนไม่เท่ากัน การเทียบผลลัพธ์กับคนอื่นอาจสร้างแรงกดดันโดยไม่จำเป็น เป้าหมายที่เหมาะสมอาจเป็นรอบเดือนที่สม่ำเสมอขึ้น ค่าน้ำตาลและไขมันในเลือดที่ดีขึ้น ความแข็งแรง หรือพฤติกรรมที่ทำต่อเนื่องได้

หากมี PCOS ควรเริ่มลดน้ำหนักอย่างไร

  1. พบสูตินรีแพทย์หรือแพทย์ที่ดูแลด้านฮอร์โมน เพื่อยืนยันการวินิจฉัย ทบทวนประจำเดือน แผนมีบุตร ยาประจำ และความเสี่ยงด้านเมตาบอลิก
  2. ตรวจสุขภาพตามความเสี่ยง เช่น ความดันโลหิต น้ำตาลในเลือด ไขมันในเลือด และการประเมินโรคร่วม แพทย์จะเลือกการตรวจเพิ่มเติมตามอาการ
  3. ปรับมื้ออาหารให้ทำได้จริง เน้นผัก โปรตีนที่เหมาะสม อาหารที่มีกากใย และลดเครื่องดื่มหวานหรืออาหารแปรรูปบ่อย ๆ แทนการงดอาหารทั้งกลุ่มโดยไม่มีคำแนะนำ
  4. ขยับร่างกายอย่างสม่ำเสมอ เลือกทั้งการออกกำลังกายแบบแอโรบิกและฝึกกล้ามเนื้อ โดยเริ่มจากระดับที่ปลอดภัยต่อข้อและโรคประจำตัว
    ดูแลการนอนและสุขภาพใจ หากกรนมาก ง่วงในเวลากลางวัน หรือมีอารมณ์ซึมเศร้า/วิตกกังวล ควรแจ้งแพทย์
pcos ลดน้ำหนักยาก

ใครควรปรึกษาแพทย์เร็วขึ้น

  • ประจำเดือนขาดนาน มาไม่สม่ำเสมอมาก หรือมีเลือดออกผิดปกติ
  • มีขนดกหรือสิวรุนแรงขึ้นอย่างรวดเร็ว เสียงเปลี่ยน หรือผมร่วงมาก
  • วางแผนตั้งครรภ์ หรือพยายามตั้งครรภ์แล้วไม่สำเร็จ
  • มีน้ำหนักเพิ่มรวดเร็ว กระหายน้ำ ปัสสาวะบ่อย หรือมีประวัติครอบครัวเป็นเบาหวาน

คำถามที่พบบ่อย

PCOS ต้องมีน้ำหนักเกินเสมอหรือไม่?

ไม่จำเป็น PCOS พบได้ในผู้ที่มีน้ำหนักอยู่ในเกณฑ์ปกติด้วย การประเมินจึงควรดูอาการ รอบเดือน และความเสี่ยงสุขภาพร่วมกัน

ลดน้ำหนักเพียงเล็กน้อยมีความหมายไหม?

สำหรับบางคน การปรับน้ำหนักและพฤติกรรมเพียงเล็กน้อยอาจช่วยให้รอบเดือน ค่าคอเลสเตอรอล หรือการตอบสนองต่ออินซูลินดีขึ้นได้ แต่เป้าหมายและผลลัพธ์แตกต่างกันในแต่ละบุคคล

จำเป็นต้องใช้ยาหรือไม่?

ไม่ใช่ทุกคน แพทย์อาจพิจารณายาตามอาการ ภาวะดื้อต่ออินซูลิน โรคร่วม และแผนตั้งครรภ์ ห้ามเริ่มหรือหยุดยาเอง

อาหารเสริมรักษา PCOS ได้หรือไม่?

ยังไม่ควรเชื่อคำกล่าวอ้างว่าอาหารเสริมชนิดใด “รักษา” PCOS ได้ ควรนำผลิตภัณฑ์ที่ใช้หรือสนใจไปให้แพทย์หรือเภสัชกรตรวจสอบก่อนเสมอ

Scroll to Top