SCMC CLINIC

Vitamin Drip คือทางลัดสู่ผิวใส

Vitamin Drip คือทางลัดสู่ผิวใสจริงหรือ? เจาะลึกความจริงและข้อควรระวังก่อนตัดสินใจดริปวิตามิน

ความรวดเร็วเป็นปัจจัยสำคัญของการใช้ชีวิต Vitamin Drip หรือการให้สารอาหารและวิตามินทางหลอดเลือดดำ (Intravenous Therapy – IV Drip) ได้กลายเป็นทางเลือกยอดนิยมสำหรับผู้ที่ต้องการฟื้นฟูร่างกายและบำรุงผิวพรรณอย่างรวดเร็ว

หลายคนคาดหวังว่า Vitamin Drip คือ ทางลัดสู่ผิวใส ที่เห็นผลทันใจ แต่ก่อนที่คุณจะตัดสินใจเข้ารับบริการนี้ การทำความเข้าใจในกลไกการทำงาน ประโยชน์ที่แท้จริง และที่สำคัญที่สุดคือ ข้อควรระวังทางการแพทย์ ถือเป็นสิ่งสำคัญที่ไม่ควรมองข้ามเลย

กลไกการทำงาน ทำไมการดริปวิตามินจึงเร็วกว่าการกิน

กลไกการทำงาน ทำไมการดริปวิตามินจึงเร็วกว่าการกิน?

หัวใจสำคัญที่ทำให้ Vitamin Drip แตกต่างจากการรับประทานวิตามินทั่วไปคือเรื่องของการดูดซึม (Absorption)

1. การดูดซึม 100%

เมื่อคุณรับประทานวิตามินแบบเม็ดหรือแบบน้ำ วิตามินเหล่านั้นจะต้องผ่านระบบทางเดินอาหาร (Digestive System) ซึ่งการดูดซึมจะถูกจำกัดด้วยปัจจัยหลายอย่าง เช่น สุขภาพลำไส้, ความสามารถในการละลาย, และปริมาณที่ร่างกายสามารถดูดซึมได้ในแต่ละครั้ง (Bioavailability)

  • วิตามินแบบกิน มีอัตราการดูดซึมเข้าสู่กระแสเลือดเพียง 20% ถึง 50% เท่านั้น
  • วิตามินแบบดริป การให้สารอาหารทางหลอดเลือดดำโดยตรงทำให้วิตามิน เข้าสู่กระแสเลือดได้ 100% ทันที โดยไม่ต้องผ่านการย่อยและดูดซึมจากลำไส้ ทำให้ร่างกายได้รับความเข้มข้นของวิตามินในระดับที่สูงกว่าการกินมาก ซึ่งเป็นสิ่งที่ผิวพรรณและเซลล์ต่างๆ สามารถนำไปใช้ได้ทันที

2. การรับมือกับภาวะพร่องวิตามิน

ในผู้ที่มีภาวะพร่องวิตามินอย่างรุนแรง หรือผู้ที่มีปัญหาการดูดซึมจากลำไส้ (เช่น โรค Crohn’s Disease, ภาวะลำไส้รั่ว) การดริปวิตามินถือเป็นวิธีที่มีประสิทธิภาพที่สุดในการ แก้ไขภาวะขาดแคลน วิตามินและแร่ธาตุได้อย่างรวดเร็ว

เจาะลึกความจริง Vitamin Drip ช่วยให้ผิวใสได้อย่างไร?

เมื่อพูดถึงผิวใสหรือผิวขาวส่วนผสมหลักใน Vitamin Drip ที่ถูกนำมาใช้มากที่สุดคือ Vitamin C และ Glutathione

1. Vitamin C

กลไกสู่ผิวใส Vitamin C เป็นสารต้านอนุมูลอิสระทรงพลังที่สำคัญต่อการสังเคราะห์คอลลาเจนในผิวหนัง การได้รับวิตามินซีในระดับความเข้มข้นสูงทางหลอดเลือดดำจะช่วย

  • กระตุ้นการสร้างคอลลาเจน ทำให้ผิวแข็งแรง ยืดหยุ่น และลดเลือนริ้วรอย
  • ปกป้องผิวจากอนุมูลอิสระ ช่วยลดความเสียหายจากรังสี UV และมลภาวะ
  • ทำให้ผิวกระจ่างใสขึ้น โดยเป็นตัวช่วยในการยับยั้งเอนไซม์ Tyrosinase ซึ่งเป็นกระบวนการผลิตเม็ดสีเมลานิน

2. กลูตาไธโอน

กลไกสู่ผิวใส Glutathione คือ Master Antioxidant ที่ร่างกายสร้างขึ้นเองได้ แต่มีปริมาณลดลงตามอายุ การดริป Glutathione มีวัตถุประสงค์หลักคือการช่วย

  • เปลี่ยนเม็ดสีผิว กลูตาไธโอนมีส่วนช่วยในการเปลี่ยน เม็ดสีเมลานินชนิดเข้ม ให้กลายเป็น เม็ดสีเมลานินชนิดอ่อนทำให้ผิวดูสว่างกระจ่างใสขึ้น
  • ดีท็อกซ์ตับ ช่วยให้ตับขจัดสารพิษออกจากร่างกายได้ดีขึ้น ซึ่งส่งผลดีต่อสุขภาพผิวโดยรวม

Vitamin Drip ไม่ได้เป็นทางลัดที่วิเศษ แต่เป็นตัวเร่ง (Catalyst) ที่ช่วยให้ผิวได้รับสารอาหารเข้มข้นสูงสุดเพื่อใช้ในการฟื้นฟูและปกป้องตัวเองจากความเสียหายได้อย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด

3 คำถามข้อควรระวังสำคัญที่ต้องถามแพทย์ก่อนดริปวิตามิน

การดริปวิตามินเป็นการรักษาทางการแพทย์ที่ต้องอยู่ภายใต้การดูแลของแพทย์อย่างใกล้ชิดและต้องใช้ความระมัดระวังเป็นพิเศษเพื่อหลีกเลี่ยงผลข้างเคียงที่ไม่พึงประสงค์

1. คุณมีประวัติโรคประจำตัวอะไรบ้าง?

ผู้ป่วยที่มีประวัติโรคเหล่านี้ ควรหลีกเลี่ยงหรือปรึกษาแพทย์เฉพาะทาง ก่อนการดริปวิตามิน

  • โรคไต (Kidney Disease) โดยเฉพาะผู้ที่มีภาวะไตวายเรื้อรัง การได้รับวิตามินและน้ำในปริมาณมากในคราวเดียวอาจทำให้ไตทำงานหนักเกินไปและเกิดภาวะน้ำเกินได้
  • โรคหัวใจและหลอดเลือด (Cardiovascular Disease) การให้สารน้ำที่รวดเร็วเกินไปอาจเพิ่มภาระให้กับหัวใจและอาจทำให้เกิดอาการหัวใจล้มเหลวได้
  • ภาวะพร่องเอนไซม์ G6PD ผู้ที่มีภาวะพร่องเอนไซม์ชนิดนี้ (ซึ่งพบได้บ่อยในคนไทย) หากได้รับวิตามินซีในปริมาณสูงมากทางหลอดเลือดดำ อาจเกิดภาวะเม็ดเลือดแดงแตก (Hemolysis) ได้ นี่คือเหตุผลที่ต้องมีการตรวจเลือดก่อน

2. ส่วนผสมและแหล่งที่มาของวิตามินคืออะไร?

คุณมีสิทธิ์ที่จะทราบว่าสูตรวิตามินที่คุณจะได้รับนั้นมีส่วนผสมอะไรบ้าง มีความเข้มข้นเท่าไร และที่สำคัญคือ แหล่งที่มาของวิตามินเหล่านั้น เป็นผลิตภัณฑ์ที่ได้รับการรับรองจากองค์การอาหารและยา (อย.) หรือไม่ คลินิกที่น่าเชื่อถือจะสามารถเปิดเผยข้อมูลนี้ได้อย่างโปร่งใส

3. มีผลข้างเคียงที่ต้องเฝ้าระวังอะไรบ้าง?

แม้จะเป็นหัตถการที่ปลอดภัย แต่ผลข้างเคียงเล็กน้อยที่อาจเกิดขึ้นได้แก่

  • อาการเจ็บปวดหรือรอยช้ำ บริเวณที่แทงเข็ม
  • อาการวิงเวียนศีรษะหรือคลื่นไส้ เล็กน้อย
  • ความรู้สึกเย็น ที่แขน
  • อาการแพ้ (ซึ่งพบได้น้อยมาก) หากเกิดอาการผื่นขึ้น หายใจลำบาก หรือใจสั่น ควรรีบแจ้งแพทย์หรือพยาบาลทันที

Vitamin Drip เป็นเทคโนโลยีทางการแพทย์ที่ใช้หลักการทางเภสัชวิทยาเพื่อให้ร่างกายได้รับสารอาหารสำคัญอย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด

การใช้ Vitamin Drip อย่างถูกต้อง

  1. ใช้เป็นตัวช่วยเสริม ควบคู่ไปกับการดูแลผิวด้วยการทาครีมกันแดด, การพักผ่อนที่เพียงพอ, และการรับประทานอาหารที่มีประโยชน์
  2. ปรึกษาแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ เพื่อประเมินความพร้อมของร่างกาย (รวมถึงการตรวจเลือด G6PD) และเลือกสูตรที่เหมาะสมกับปัญหาผิวของคุณอย่างแท้จริง

การตัดสินใจดริปวิตามินจึงควรเริ่มต้นจากการ ให้ข้อมูลที่ละเอียดรอบด้าน เพื่อให้ผลลัพธ์ที่ได้คือ ผิวใสที่มาพร้อมกับสุขภาพที่ดีและความปลอดภัยสูงสุด

ติดต่อสอบถาม SCMC Clinic Bangkok (Srisukho Clinic of Mahanakhon Center) พร้อมให้คำแนะนำและประเมินโดยแพทย์ฟรี โดยไม่มีค่าใช้จ่าย

สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม
โทรศัพท์: 097 428 2999
LINE Official: @msc.skin
Facebook: MALI CLINIC Silom3 BY Doctor Gla
IG : maliclinic.silom3
Tiktok : @maliclinic.silom3
Website : https://scmcthailand.com

แนะนำให้จองล่วงหน้าเพื่อรับบริการตรงเวลา และได้รับการดูแลอย่างเต็มที่จากผู้มีประสบการณ์เฉพาะทาง

Leave a Comment

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *

Scroll to Top