เคยไหมครับ ทั้งที่ออกกำลังกายหนัก วิ่งก็แล้ว ซิทอัพวันละร้อยครั้งก็ทำมาแล้ว แต่ทำไม “เจ้าก้อนนุ่มนิ่ม” ที่หน้าท้องถึงยังเกาะติดแน่นเป็นเพื่อนซี้ ไม่ยอมหายไปไหนสักที
แถมบางวันตื่นเช้ามาหน้าท้องแบนราบดีๆ ตกบ่ายกลับป่องออกมาเหมือนคนท้องอ่อนๆ ซะอย่างนั้น หรือบางคนตัวเล็กนิดเดียว แขนขาเล็กหมด แต่กลับมีพุงป่องออกมาแค่จุดเดียวจนหาเสื้อผ้าใส่ยาก บอกเลยว่าคุณไม่ได้กำลังเจอศึกหนักอยู่คนเดียว และที่สำคัญ “คุณอาจจะกำลังปรับรูปร่างแบบผิดวิธีอยู่”
เพราะในความเป็นจริงแล้ว พุงของคนเราไม่ได้เกิดจาก “ความอ้วน” หรือ “ไขมันส่วนเกิน” เพียงอย่างเดียว รูปร่างของหน้าท้องที่ยื่นออกมาสามารถบ่งบอกถึงสาเหตุภายในร่างกายที่แตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของฮอร์โมน ระบบย่อยอาหาร หรือแม้แต่ความเครียด
ทำความเข้าใจ ไขมันหน้าท้อง ไม่ใช่แค่เรื่องความสวยงาม
หน้าท้องของเราไม่ได้มีแค่ชั้นไขมันใต้ผิวหนัง ที่เราหยิบจับได้นุ่มๆ เท่านั้น แต่ลึกลงไปเรายังมี ไขมันในช่องท้อง ที่หุ้มอวัยวะภายในอยู่
ไขมันชนิดหลังนี่แหละที่เป็นตัวร้าย เพราะมันทำหน้าที่เหมือนต่อมไร้ท่อที่ผลิตสารอักเสบและกวนระบบเผาผลาญ ยิ่งมีเยอะ ยิ่งเสี่ยงเบาหวานและโรคหัวใจ ดังนั้นการลดพุงจึงไม่ใช่แค่เรื่องใส่เสื้อเอวลอยสวย แต่คือการ “กู้คืนสุขภาพ” ระยะยาวด้วย ลองยืนหน้ากระจก แล้วมาเช็กกันว่าคุณเข้าข่ายพุงแบบไหนใน 5 ประเภทนี้
1. พุงเครียด
หน้าท้องยื่นออกมาเป็นชั้นๆ ช่วงสะดือ หรือบวมอืดช่วงลิ้นปี่และหน้าท้องส่วนบน หน้าสัมผัสจะค่อนข้างแข็ง ไม่นิ่มเหลวเหมือนไขมันทั่วไป สาเหตุมาจาก “ความเครียด” ไม่ว่าจะเครียดจากงาน เครียดสะสม หรือแม้แต่การ “อดนอน” และ “ออกกำลังกายหนักเกินไป”
เมื่อร่างกายเครียด ต่อมหมวกไตจะหลั่งฮอร์โมนที่ชื่อว่า คอร์ติซอล ออกมาปริมาณมาก เจ้าฮอร์โมนตัวนี้มีคำสั่งพิเศษคือ “จงเก็บสะสมไขมันไว้ที่หน้าท้องเดี๋ยวนี้” เพื่อสำรองพลังงานไว้สู้กับภัยอันตราย (ซึ่งร่างกายเข้าใจผิดคิดว่าความเครียดคือภัยคุกคาม) ยิ่งคุณเครียดแล้วยิ่งไปโหมคาดิโอหนักๆ ร่างกายยิ่งเครียด พุงยิ่งแข็งและลดยากกว่าเดิม
วิธีแก้ให้ตรงจุด
- พักก่อน หยุดการออกกำลังกายแบบ HIIT หรือวิ่งมาราธอนไปก่อน แล้วหันมาเล่น โยคะ หรือ พิลาทิส ที่เน้นการกำหนดลมหายใจ เพื่อลดระดับคอร์ติซอล
- นอนให้พอ คือการฟื้นฟูร่างกายที่สำคัญมาก พยายามนอนก่อน 5 ทุ่ม เพื่อให้ร่างกายหลั่ง Growth Hormone มาซ่อมแซมและเบิร์นไขมัน
- แมกนีเซียมช่วยได้ ทานถั่ว ธัญพืช หรือผักใบเขียวที่มีแมกนีเซียมสูง จะช่วยคลายเครียดและทำให้ระบบประสาทสงบลง
- นั่งนานเกินไป ทำให้กล้ามเนื้องอสะโพก ตึงรั้ง ดึงกระดูกเชิงกรานให้แอ่นไปด้านหน้า พุงล่างจึงป่องออก
- กินแป้งขัดขาวเยอะ ขนมปัง ข้าวขาว เส้นก๋วยเตี๋ยว ที่เปลี่ยนเป็นน้ำตาลเร็วเกินไป
- มดลูก/รังไข่ ในบางรายอาจสัมพันธ์กับซีสต์ หรือภาวะถุงน้ำรังไข่
- ลดแป้งขัดขาว เปลี่ยนมาทานข้าวกล้อง ขนมปังโฮลวีต และเพิ่มโปรตีนกับไขมันดี (อะโวคาโด, ปลา)
- ขยับและยืดเหยียด เลิกนั่งแช่นานๆ ลุกเดินทุกชั่วโมง และฝึกท่า Plank หรือ Leg Raises เพื่อกระชับแกนกลางลำตัวส่วนล่าง
- เช็คไทรอยด์ หากทำทุกอย่างแล้วไม่ลด ลองปรึกษาแพทย์เพื่อตรวจระดับฮอร์โมนไทรอยด์หรือตรวจภายในดูความผิดปกติ
3. พุงป่อง หรือ พุงแก๊ส
เช้าตื่นมาท้องแบนราบดูดี แต่พอกินข้าวคำแรก หรือตกบ่าย พุงกลับป่องออกมาเหมือนลูกโป่งที่สูบลมจนตึง รู้สึกอึดอัด แน่นท้อง ไม่สบายตัว พุงแบบนี้ “ไม่ใช่ไขมัน” แต่เป็น “ลมและแก๊ส” ในทางเดินอาหาร เกิดจากระบบย่อยอาหารทำงานไม่สมบูรณ์ หรือมีภาวะ Food Intolerance การแพ้อาหารแฝง เช่น แพ้นมวัว , แพ้กลูเตน หรือทานอาหารที่มีกากใยสูงเกินไปจนย่อยไม่ทัน ทำให้แบคทีเรียในลำไส้สร้างแก๊สออกมาเยอะผิดปกติ
วิธีแก้ให้ตรงจุด
- สังเกตอาหารลองจดบันทึกว่ากินอะไรแล้วท้องอืด แล้วเลี่ยงสิ่งนั้น
- Probiotics คือฮีโร่เติมจุลินทรีย์ดีๆ จากโยเกิร์ต (แบบน้ำตาลน้อย), กิมจิ หรือ Kombucha เพื่อช่วยปรับสมดุลลำไส้เคี้ยวให้ละเอียด ข้อนี้ง่ายแต่สำคัญมาก การเคี้ยวข้าวเร็วๆ คือการกลืนลมเข้าไปในท้องเลี่ยงน้ำอัดลม และการใช้หลอดดูดน้ำ เพราะเป็นการเติมแก๊สเข้าท้องโดยตรง
- ห้ามซิทอัพเด็ดขาด การทำ Sit-up หรือ Crunch จะยิ่งทำให้กล้ามเนื้อแยกออกจากกันมากขึ้น พุงจะยิ่งป่อง
- ฝึกแขม่วท้อง ฝึกหายใจเข้าลึกๆ แล้วแขม่วท้องดึงสะดือไปหาแผ่นหลัง ค้างไว้ 10-15 วินาที ท่านี้ช่วยดึงกล้ามเนื้อชั้นในให้กลับมาชิดกัน
- Kegel Exercise ขมิบช่องคลอดเพื่อสร้างความแข็งแรงให้กล้ามเนื้ออุ้งเชิงกราน ซึ่งสัมพันธ์กับหน้าท้อง
5. พุงกลม หรือ พุงแอลกอฮอล์
พุงกลมป่องออกมาโดยรวม ทั้งส่วนบนและส่วนล่าง ดูหนาและแน่น สาเหตุเกิดจากการดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ เบียร์ หรือทานของหวานและแป้งปริมาณมหาศาล แอลกอฮอล์ไม่เพียงแต่ให้พลังงานสูง แต่ยังไป “หยุดการเผาผลาญไขมัน” ชั่วคราว เพราะตับต้องรีบกำจัดแอลกอฮอล์ออกจากร่างกายก่อนไขมัน อาหารกับแกล้มที่เรากินเข้าไปตอนดื่มจึงถูกเก็บเป็นไขมันสะสมทันที
วิธีแก้ให้ตรงจุด
ลดแอลกอฮอล์ จำกัดปริมาณ หรือเปลี่ยนเป็นเครื่องดื่มที่แคลอรีต่ำกว่า
Intermittent Fasting (IF) การทำ IF หรือจำกัดเวลาทานอาหาร จะช่วยให้ร่างกายมีช่วงเวลาที่ระดับอินซูลินลดต่ำลง และดึงไขมันสะสมออกมาใช้ได้ดีมากสำหรับพุงประเภทนี้
เพิ่มผักสด ทานผักใบเขียวให้มากขึ้นในทุกมื้อ เพื่อช่วยระบบขับถ่ายและลดการดูดซึมน้ำตาล
เมื่อไหร่ที่ควรปรึกษาแพทย์
บางครั้งพุงป่อง อาจเป็นสัญญาณเตือนของโรคที่ซ่อนอยู่ หากคุณลองปรับพฤติกรรมตามข้างต้นแล้ว 2-3 เดือนยังไม่ดีขึ้น หรือมีอาการเหล่านี้ร่วมด้วย เช่น
- ปวดท้องเรื้อรัง หรือปวดหน่วงๆ ตลอดเวลา
- ระบบขับถ่ายเปลี่ยนแปลงกะทันหัน (ท้องผูกสลับท้องเสีย)
- มีเลือดปนในอุจจาระ
- น้ำหนักลดฮวบโดยไม่ทราบสาเหตุ แต่พุงยังป่อง
- ตัวเหลือง ตาเหลือง
ควรรรีบพบแพทย์เพื่อตรวจวินิจฉัยอย่างละเอียด เพราะอาจเป็นอาการของเนื้องอกในมดลูก, ถุงน้ำรังไข่, หรือความผิดปกติของตับและลำไส้ได้ การลดพุงไม่ใช่แค่เรื่องของการ อดอาหาร หรือ ออกกำลังกายบ้าคลั่ง แต่คือศิลปะแห่งการเข้าใจร่างกายตัวเอง เมื่อเราส่องกระจกและรู้สาเหตุที่แท้จริงแล้วว่าเจ้าพุงน้อยๆ ของเราเกิดจากอะไร เราก็จะสามารถแก้ปัญหาได้ตรงจุด ไม่เสียเวลาเปล่า และที่สำคัญคือไม่ต้องทรมานร่างกาย ลองเริ่มปรับทีละนิดดู ไม่ว่าจะเป็นการเลือกทานอาหาร การนอน หรือการจัดการความเครียด เชื่อเถอะว่าร่างกายของเราฉลาดและพร้อมที่จะเปลี่ยนแปลงเสมอ หากเราดูแลเขาอย่างถูกวิธี หน้าท้องแบนราบและสุขภาพที่ดี ไม่ใช่เรื่องไกลเกินที่เราทำได้
หากคุณสนใจโปรแกรมควบคุมน้ำหนักเฉพาะบุคคล หรืออยากเริ่มต้นดูแลตัวเองอย่างจริงจัง อย่าลังเลที่จะปรึกษาเรา เพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่ปลอดภัยและยั่งยืน
ติดต่อสอบถาม SCMC Clinic Bangkok (Srisukho Clinic of Mahanakhon Center) พร้อมให้คำแนะนำและประเมินโดยแพทย์ฟรี โดยไม่มีค่าใช้จ่าย
สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม
โทรศัพท์: 097 428 2999
LINE Official: @msc.skin
Facebook: MALI CLINIC Silom3 BY Doctor Gla
IG : maliclinic.silom3
Tiktok : @maliclinic.silom3
Website : https://scmcthailand.com
แนะนำให้จองล่วงหน้าเพื่อรับบริการตรงเวลา และได้รับการดูแลอย่างเต็มที่จากผู้มีประสบการณ์เฉพาะทาง


