SCMC CLINIC

how-to-choose-protein-for-fat-loss

ลดไขมัน เลือกทานโปรตีนอย่างไรให้เพียงพอตลอดต่อวัน

เคยไหมครับ? ตั้งใจลดน้ำหนักแทบตาย กินน้อยก็แล้ว งดข้าวเย็นก็แล้ว แต่น้ำหนักลงไปนิดเดียว แถมสิ่งที่ได้กลับมาคือหน้าโทรมๆ ผมร่วง และผิวหนังที่ดูหย่อนคล้อยไม่กระชับ

ถ้าคุณกำลังเจอปัญหานี้ ผมอยากบอกว่า… คุณไม่ได้ทำผิดที่ “กินเยอะ” หรอกครับ แต่คุณอาจจะกำลังทำผิดที่ “กินไม่ถึง” ต่างหาก
สิ่งที่ร่างกายคุณขาดไป ไม่ใช่ยาลดความอ้วนวิเศษ แต่คือสารอาหารพื้นฐานที่ชื่อว่า “โปรตีน” ครับ
ในวงการสุขภาพและการปรับรูปร่าง โปรตีนคือ “ราชาแห่งสารอาหาร” (King of Nutrients) โดยเฉพาะในช่วงที่เราต้องการกำจัดไขมัน เพราะโปรตีนทำหน้าที่เหมือน “วิศวกร” ที่คอยคุมงานก่อสร้างและรื้อถอนในร่างกาย ถ้าวิศวกรขาดงาน งานก็ไม่เดิน เตาเผาก็ไม่ทำงาน

วันนี้ผมจะพาคุณไปเจาะลึกแบบหมดเปลือก ตั้งแต่วิธีคำนวณปริมาณโปรตีนที่เหมาะสม ไปจนถึงเทคนิคการ “ยัด” โปรตีนให้ครบโควตาในแต่ละวันแบบมีความสุข เพื่อให้การลดไขมันครั้งนี้ เป็นครั้งที่คุณจะหุ่นดีที่สุดในชีวิตครับ
ทำไมช่วง “ลดไขมัน” โปรตีนถึงสำคัญกว่าช่วงเวลาอื่น?

หลายคนเข้าใจว่าโปรตีนมีไว้สำหรับ “นักกล้าม” เท่านั้น แต่ความจริงแล้ว ยิ่งคุณไม่ได้อยากกล้ามใหญ่ แต่อยากตัวเล็กเพรียว คุณยิ่งต้องกินโปรตีนครับ เพราะ

1. โปรตีนช่วยให้คุณอิ่มข้ามวันข้ามคืน
ศัตรูตัวฉกาจของการลดน้ำหนักคือ “ความหิว” ใช่ไหมครับ?
ข่าวดีคือ โปรตีนเป็นสารอาหารที่ทำให้อิ่มนานที่สุด (Satiety) เมื่อเทียบกับแป้งหรือไขมัน มันจะไปลดระดับฮอร์โมนหิว (Ghrelin) และเพิ่มฮอร์โมนอิ่ม (Peptide YY)
การกินโปรตีนสูงในมื้อเช้า จะช่วยลดความอยากกินจุกจิกไปได้ยาวจนถึงมื้อเย็นเลยทีเดียว

2. ปรากฏการณ์ TEF (กินเท่าเดิม แต่ผอมเร็วกว่า)
Thermic Effect of Food (TEF) คือพลังงานที่ร่างกายต้องใช้ในการย่อยอาหารครับ
แป้งและไขมัน ร่างกายใช้พลังงานย่อยแค่ 5-10%
โปรตีน ร่างกายต้องใช้พลังงานย่อยสูงถึง 20-30%!
แปลว่า ถ้าคุณกินอกไก่ 100 แคลอรี ร่างกายจะได้พลังงานจริงแค่ 70 แคลอรี ส่วนอีก 30 แคลอรี หายไปกับการทำงานของกระเพาะ เปรียบเสมือนคุณได้เบิร์นไขมันฟรีๆ แค่จากการนั่งเคี้ยวไก่ครับ

3. กันไว้ดีกว่าแก้ (ป้องกัน Skinny Fat)
เมื่อเรากินน้อยลง (Calorie Deficit) ร่างกายจะสลายเนื้อเยื่อมาใช้เป็นพลังงาน
ถ้าโปรตีนไม่ถึง ร่างกายจะเลือกสลาย “กล้ามเนื้อ” ก่อนไขมันครับ เพราะกล้ามเนื้อเปลืองพลังงาน
ผลคือ น้ำหนักลด แต่ตัวเหลว พุงป่อง และระบบเผาผลาญพัง
โปรตีนที่เพียงพอ จะส่งสัญญาณบอกร่างกายว่า “ห้ามแตะต้องกล้ามเนื้อนะ! ไปเอาไขมันมาใช้แทน”
คณิตศาสตร์ร่างกาย “ฉันต้องกินเท่าไหร่?”
ลืมสูตร “กินตามใจปาก” ไปก่อนครับ ช่วงลดไขมันเราต้องมีความละเอียดนิดนึง
สูตรคำนวณสำหรับคนทั่วไปที่ลดน้ำหนัก
ปริมาณมาตรฐาน (RDA) คือ 0.8 กรัมต่อน้ำหนักตัว แต่นั่นคือปริมาณกันตายครับ ไม่ใช่ปริมาณเพื่อหุ่นดี

สำหรับการลดไขมัน (Fat Loss) งานวิจัยแนะนำที่
      1.6 ถึง 2.0 กรัม ต่อน้ำหนักตัว 1 กิโลกรัม

ตัวอย่างการคำนวณ
สมมติคุณชื่อ “คุณเอ” หนัก 60 กิโลกรัม

  • ขั้นต่ำที่ควรทาน 60 x 1.6 = 96 กรัม/วัน
  • เป้าหมายสวยงาม 60 x 2.0 = 120 กรัม/วัน

    หมายเหตุ ถ้าคุณน้ำหนักตัวเยอะมาก (BMI > 30) ให้คำนวณจากน้ำหนักตัวในฝัน (Ideal Weight) หรือน้ำหนักที่ตัดไขมันออก (Lean Body Mass) แทนครับ ไม่งั้นตัวเลขจะสูงเกินไปจนกินไม่ไหว

    96 กรัม นี่เยอะแค่ไหน?
    เพื่อให้เห็นภาพ มันเทียบเท่ากับ

  • ไข่ต้มประมาณ 14 ฟอง
  • หรือ อกไก่สุกประมาณ 4 ขีด (400 กรัม)
  • หรือ ปลาทูประมาณ 5 ตัว
    เห็นตัวเลขแล้วอย่าเพิ่งท้อนะครับ! เราไม่ได้กินแค่อย่างเดียว เราจะกระจายกินหลายๆ อย่างรวมกันครับ

เลือกแหล่งโปรตีนยังไง ไม่ให้ได้ “ไขมัน” แถมมาด้วย?

หลายคนพยายามกินโปรตีนเยอะๆ เลยจัดขาหมู หมูปิ้งติดมัน หรือไก่ทอด ผลคือโปรตีนถึงจริง แต่แคลอรีทะลุเพดาน ไขมันไม่ลด
เทคนิคคือการเลือก Lean Protein Source (โปรตีนไขมันต่ำ) ครับ

1. กลุ่มเนื้อสัตว์

    • อกไก่ (ลอกหนัง) ราชาแห่งความคุ้มค่า โปรตีนสูง ไขมันแทบเป็นศูนย์
    • สันในหมู / สันในไก่ นุ่มกว่าอกไก่ แต่ไขมันต่ำมากเหมือนกัน (อย่าสับสนกับสันนอกหรือคอหมูนะครับ อันนั้นมันเยอะ)
    • ปลาเนื้อขาว ปลากะพง ปลาทับทิม ปลาดอลลี่ ย่อยง่าย แคลอรีต่ำมา
    • กุ้ง / ปลาหมึก โปรตีนสูงอย่างไม่น่าเชื่อ แต่ระวังเรื่องคอเลสเตอรอลในบางคน

2. กลุ่มไข่และนม

  • ไข่ต้ม อาหารสิ้นคิดที่ดีที่สุด กินไข่แดงวันละ 1-2 ฟองพอ ที่เหลือเน้นไข่ขาว (โปรตีนเน้นๆ)
  • กรีกโยเกิร์ต (Greek Yogurt) เนื้อแน่น โปรตีนสูงกว่าโยเกิร์ตธรรมดา 2 เท่า (เลือกสูตร Low Fat / No Sugar)
  • นม High Protein เดี๋ยวนี้ในร้านสะดวกซื้อมีขายเยอะมาก สะดวก ดื่มง่าย ขวดหนึ่งได้โปรตีน 25-30 กรัม

    3. กลุ่มพืช

    • เต้าหู้ก้อน โปรตีนสูง อิ่มท้อง ราคาถูก
    • เทมเป้ ถั่วหมัก โปรตีนสูงมาก มีโพรไบโอติกส์ช่วยขับถ่าย
    • ถั่วเปลือกแข็ง มีโปรตีน แต่ไขมันก็สูง กินเป็นของว่างวันละ 1 กำมือพอครับ
    • Quinoa เป็นแป้งที่มีโปรตีนสูง เหมาะกินแทนข้าวขาว

กลยุทธ์การกิน “Protein Pacing” (กระจายยังไงให้ดูดซึมหมด)
ร่างกายเราไม่ใช่ถังเก็บน้ำครับ เราไม่สามารถกินโปรตีน 100 กรัมในมื้อเดียว แล้วหวังให้ร่างกายดูดซึมไปใช้ได้หมด ส่วนที่เกินจะถูกขับทิ้งหรือเปลี่ยนเป็นไขมัน

วิธีที่ดีที่สุดคือ “การกระจายกิน” ตลอดวัน

สูตรแนะนำ แบ่งเป็น 3-4 มื้อ มื้อละ 25-30 กรัม
วิธีนี้จะช่วยกระตุ้นการสร้างกล้ามเนื้อ (Muscle Protein Synthesis) ได้ดีที่สุดตลอด 24 ชั่วโมง

ตัวอย่างตารางการกิน (เป้าหมาย 100 กรัม)

  • 08.00 มื้อเช้า (25g)
    • ไข่ลวก 2 ฟอง (14g) + ขนมปังโฮลวีต
    • นมถั่วเหลืองสูตรโปรตีนสูง 1 กล่อง (11g)
  • 12.00 มื้อเที่ยง (35g)
    • ข้าวราดกะเพราอกไก่ (ใช้อกไก่ 150g) -> ได้โปรตีนเน้นๆ ประมาณ 30-35g
    • Tip สั่งแม่ค้าว่า “ขอเนื้อล้วน ไม่หนัง ใช้น้ำมันน้อย”
  • 15.00 ของว่าง (10g)
    • กรีกโยเกิร์ต 1 ถ้วย หรือ ถั่วแระญี่ปุ่น 1 ถุง
  • 19.00 มื้อเย็น (30g)
    • สเต๊กปลากะพง หรือ ยำทูน่า (ใช้ทูน่าในน้ำแร่ 1 กระป๋อง)

เห็นไหมครับว่า พอแบ่งซอยย่อยๆ แบบนี้ มันทำได้จริงและไม่อิ่มจนจุกเกินไป

ทางลัดสำหรับคนไม่ค่อยมีเวลา (Whey Protein จำเป็นไหม?)

คำถามยอดฮิตครับ “ต้องกินเวย์ไหม?”
คำตอบคือ “ไม่จำเป็น… แต่ถ้ามีก็สะดวกดี”

โปรตีนผง (Whey / Plant Protein) ถือเป็นอาหารเสริมครับ

  • ข้อดี สะดวกมาก เขย่าๆ ดื่ม จบ ได้โปรตีน 25g ภายใน 1 นาที ดูดซึมไว เหมาะกินหลังออกกำลังกาย หรือวันที่กินเนื้อสัตว์ไม่ถึง
  • ข้อเสีย ไม่อิ่มท้องเท่าเคี้ยวเนื้อสัตว์ และขาดสารอาหารรอง (Micronutrients) วิตามิน แร่ธาตุ ที่มีในอาหารธรรมชาติ

คำแนะนำของผม พยายามกินจากอาหารหลัก (Real Food) ให้ได้สัก 70-80% ก่อน ถ้าวันไหนยุ่งจริงๆ หรือกินไม่ไหว ค่อยใช้เวย์โปะส่วนที่ขาดครับ

เห็นไหมครับว่า พอแบ่งซอยย่อยๆ แบบนี้ มันทำได้จริงและไม่อิ่มจนจุกเกินไป

ทางลัดสำหรับคนไม่ค่อยมีเวลา (Whey Protein จำเป็นไหม?)

คำถามยอดฮิตครับ “ต้องกินเวย์ไหม?”
คำตอบคือ “ไม่จำเป็น… แต่ถ้ามีก็สะดวกดี”

โปรตีนผง (Whey / Plant Protein) ถือเป็นอาหารเสริมครับ

  • ข้อดี สะดวกมาก เขย่าๆ ดื่ม จบ ได้โปรตีน 25g ภายใน 1 นาที ดูดซึมไว เหมาะกินหลังออกกำลังกาย หรือวันที่กินเนื้อสัตว์ไม่ถึง
  • ข้อเสีย ไม่อิ่มท้องเท่าเคี้ยวเนื้อสัตว์ และขาดสารอาหารรอง (Micronutrients) วิตามิน แร่ธาตุ ที่มีในอาหารธรรมชาติ

คำแนะนำของผม พยายามกินจากอาหารหลัก (Real Food) ให้ได้สัก 70-80% ก่อน ถ้าวันไหนยุ่งจริงๆ หรือกินไม่ไหว ค่อยใช้เวย์โปะส่วนที่ขาดครับ

เห็นไหมครับว่า พอแบ่งซอยย่อยๆ แบบนี้ มันทำได้จริงและไม่อิ่มจนจุกเกินไป

ทางลัดสำหรับคนไม่ค่อยมีเวลา (Whey Protein จำเป็นไหม?)

คำถามยอดฮิตครับ “ต้องกินเวย์ไหม?”
คำตอบคือ “ไม่จำเป็น… แต่ถ้ามีก็สะดวกดี”

โปรตีนผง (Whey / Plant Protein) ถือเป็นอาหารเสริมครับ

  • ข้อดี สะดวกมาก เขย่าๆ ดื่ม จบ ได้โปรตีน 25g ภายใน 1 นาที ดูดซึมไว เหมาะกินหลังออกกำลังกาย หรือวันที่กินเนื้อสัตว์ไม่ถึง
  • ข้อเสีย ไม่อิ่มท้องเท่าเคี้ยวเนื้อสัตว์ และขาดสารอาหารรอง (Micronutrients) วิตามิน แร่ธาตุ ที่มีในอาหารธรรมชาติ

คำแนะนำของผม พยายามกินจากอาหารหลัก (Real Food) ให้ได้สัก 70-80% ก่อน ถ้าวันไหนยุ่งจริงๆ หรือกินไม่ไหว ค่อยใช้เวย์โปะส่วนที่ขาดครับ

เทคนิค “โกง” โปรตีนให้ถึงเป้า (Hacks for Success)

สำหรับมือใหม่ การกินโปรตีนให้ถึง 100 กรัม อาจจะรู้สึกเหมือนกำลังแข่งกินจุ

ลองใช้เทคนิคเหล่านี้ดูครับ จะช่วยให้ชีวิตง่ายขึ้นเยอะ

1. เริ่มต้นที่ “มื้อเช้า” เสมอ

ถ้ามื้อเช้าคุณกินแค่กาแฟกับปาท่องโก๋ (โปรตีนเกือบ 0) ภาระจะไปตกที่มื้ออื่นทันที

ให้เปลี่ยนมื้อเช้าเป็น “High Protein” เช่น ไข่ตุ๋น หรือ แซนด์วิชทูน่า คุณจะสตาร์ทวันด้วยโปรตีน 20-30 กรัม ซึ่งเป็นต้นทุนที่ดีมาก

2. ใช้เทคนิค “Top-up”

ในทุกมื้ออาหาร ให้มองหาว่าจะเติมอะไรลงไปได้บ้าง

  • สั่งก๋วยเตี๋ยว -> สั่งพิเศษลูกชิ้น/เนื้อสด หรือซื้อไข่ต้มเซเว่นใส่เพิ่ม 1-2 ฟอง
  • กินสลัดผัก -> โรยเต้าหู้ย่าง หรือทูน่ากระป๋องลงไป
  • กินข้าวแกง -> สั่งไข่ดาว/ไข่ต้มเพิ่มอีกฟองเสมอ

3. พก “Snack โปรตีน” ติดกระเป๋า

เวลาหิว อย่าเดินไปโซนขนมขบเคี้ยว ให้เตรียมของพวกนี้ไว้

  • ไข่ต้ม (ยาใจคนยาก แต่ดีที่สุด)
  • นมกล่อง High Protein
  • ปลาเส้น (เลือกแบบโซเดียมต่ำ)
  • ถั่วแระญี่ปุ่น

4. อ่านฉลากโภชนาการให้เป็นนิสัย

พลิกดูหลังซองเลยครับ ดูบรรทัด “โปรตีน”

บางทีนมเปรี้ยวขวดใหญ่ น้ำตาลเพียบ แต่โปรตีนแค่ 2 กรัม -> วางลง
บางทีนมถั่วเหลืองสูตรไม่มีน้ำตาล โปรตีน 10 กรัม -> หยิบเลย

การเป็นคนช่างเลือก จะทำให้คุณได้โปรตีนเพิ่มขึ้นโดยไม่รู้ตัว

ข้อควรระวัง (กินโปรตีนเยอะ ไตจะพังไหม?) เป็นความเชื่อที่ถูกพูดถึงบ่อยมากครับ

ทางการแพทย์คือ ในคนที่มีสุขภาพไต “ปกติ” การทานโปรตีนสูง (ไม่เกิน 2.0-2.5 g/kg) ไม่ได้ทำลายไตครับ ไตของเราแข็งแรงพอที่จะกรองของเสียจากโปรตีนได้สบายๆ

สิ่งที่ควรต้องระวัง

  1. ดื่มน้ำให้เยอะขึ้น การเผาผลาญโปรตีนใช้น้ำเยอะ เพื่อขับยูเรียออกทางปัสสาวะ คุณต้องดื่มน้ำวันละ 2-3 ลิตร เพื่อช่วยงานไต
  2. กินผักตามไปด้วย โปรตีนไม่มีไฟเบอร์ ถ้ากินแต่เนื้อสัตว์ คุณจะ “ท้องผูก” แน่นอน ต้องกินผักใบเขียวควบคู่เสมอ เพื่อช่วยระบบขับถ่ายและปรับสมดุลกรดด่างในร่างกาย
  3. คนที่เป็นโรคไตเสื่อมอยู่แล้ว อันนี้ต้องระวังจริงครับ ต้องปรึกษาแพทย์เพื่อจำกัดปริมาณโปรตีนครับ

การเปลี่ยนมากินโปรตีนให้เพียงพอ อาจจะทำให้ค่าใช้จ่ายค่าอาหารของคุณเพิ่มขึ้นบ้าง (เพราะเนื้อสัตว์แพงกว่าข้าว) และต้องใช้ความพยายามในการเคี้ยวมากขึ้น

แต่เชื่อผมเถอะครับว่า มันคือการลงทุนที่คุ้มค่าที่สุดสำหรับร่างกาย

  • คุณจะลดไขมันได้เร็วขึ้น โดยที่ไม่ต้องทนหิวโซ
  • คุณจะได้หุ่นที่ดู “แพง” คือเฟิร์ม กระชับ มีส่วนเว้าส่วนโค้ง ไม่ใช่ผอมแห้ง
  • คุณจะมีระบบเผาผลาญที่ดีติดตัวไปในระยะยาว

ลองตั้ง Challenge กับตัวเองดูไหมครับ? เริ่มพรุ่งนี้เลย “7 วันแห่งการกินโปรตีนให้ถึง ลองคำนวณเป้าหมายตัวเอง จดบันทึก แล้วดูความเปลี่ยนแปลง มั่นใจได้ว่า แค่สัปดาห์เดียว คุณจะรู้สึกถึงความแน่นกระชับของร่างกาย และความสดชื่นที่แตกต่างจากตอนอดอาหารอย่างแน่นอน

Scroll to Top