SCMC CLINIC

ทำไมต้องฉีดรายวันสัปดาห์

ทำไมต้องฉีดรายวัน/สัปดาห์ ไขความลับ Pharmacokinetics ของปากกาลดน้ำหนักที่ควรรู้

ปากกาคุมน้ำหนักในกลุ่มยา GLP-1 receptor agonists ที่ได้ปฏิวัติวงการการรักษาโรคอ้วน แต่เมื่อเริ่มต้นการรักษาหลายท่านอาจมีข้อสงสัยว่าทำไมบางตัวต้องฉีดทุกวันแต่บางตัวฉีดแค่สัปดาห์ละครั้ง? คำตอบไม่ได้อยู่ที่ความสะดวกแต่ซ่อนอยู่ในศาสตร์ที่เรียกว่า เภสัชจลนศาสตร์ (Pharmacokinetics – PK) ซึ่งเป็นวิชาที่ศึกษาว่าร่างกาย ทำอะไรกับยาบ้าง นับตั้งแต่ยาเข้าสู่ร่างกายจนกระทั่งถูกขับออกไป

การเข้าใจหลักการ PK นี้ จะช่วยให้คุณเข้าใจเหตุผลที่ต้องฉีดตามตารางอย่างเคร่งครัด รวมถึงความแตกต่างด้านผลข้างเคียงและประสิทธิภาพระหว่างยาฉีดรายวันและรายสัปดาห์ได้อย่างลึกซึ้ง และทำให้คุณมั่นใจในการปฏิบัติตามคำแนะนำของแพทย์มากขึ้น เรามาเจาะลึกไปพร้อมกันนะ

เภสัชจลนศาสตร์ (Pharmacokinetics) คือ การเดินทางของยาในร่างกายผ่านกระบวนการหลัก 4 ขั้นตอนที่เรียกย่อ ๆ ว่า ADME ซึ่งเป็นกุญแจสำคัญที่กำหนดว่ายาตัวนั้นควรใช้ความถี่เท่าใด

ขั้นตอน (ADME)

อธิบาย

ความเชื่อมโยงกับยาฉีด

Absorption (การดูดซึม)

ยาเข้าสู่กระแสเลือดได้เร็วและปริมาณเท่าใด

ยาฉีดใต้ผิวหนังต้องดูดซึมจากชั้นไขมัน

Distribution (การกระจายตัว)

ยาเดินทางไปถึงเนื้อเยื่อเป้าหมาย (สมอง, ลำไส้) อย่างไร

การกระจายตัวต้องเร็วพอเพื่อให้เกิดผลเร็ว

Metabolism (การเผาผลาญ)

ร่างกายเปลี่ยนแปลงโครงสร้างยาด้วยเอนไซม์อย่างไร

การเผาผลาญเร็วต้องฉีดบ่อย, เผาผลาญช้าฉีดนาน ๆ ครั้ง

Excretion (การขับออก)

ร่างกายกำจัดยาออกจากระบบอย่างไร (ไต, ตับ)

การขับออกมีผลต่อระยะเวลาที่ยาคงอยู่ในร่างกาย

เสริมเจาะลึกการดูดซึมใต้ผิวหนัง

1. เสริมเจาะลึกการดูดซึมใต้ผิวหนัง

ยาฉีดลดน้ำหนักจัดเป็นการบริหารยาแบบฉีดใต้ผิวหนัง ซึ่งมีการดูดซึมเข้าสู่กระแสเลือดอย่างช้า ๆ และสม่ำเสมอ

  • พื้นที่การดูดซึม ยาจะถูกฉีดเข้าไปในชั้นไขมันใต้ผิวหนังบริเวณหน้าท้องหรือต้นขา ซึ่งเป็นบริเวณที่มีเลือดมาเลี้ยงน้อยกว่าการฉีดเข้ากล้ามเนื้อ การดูดซึมที่ช้ากว่าและสม่ำเสมอนี้เป็นประโยชน์อย่างยิ่งในการรักษาโรคเรื้อรัง เพราะช่วยให้ระดับยาไม่พุ่งสูงเร็วเกินไปจนเกิดผลข้างเคียงรุนแรง และช่วยให้ยาออกฤทธิ์ได้ยาวนานขึ้น
  • อิทธิพลต่อ PK ความสามารถของโมเลกุลยาในการเกาะกับโปรตีนในเนื้อเยื่อไขมัน และความสามารถในการถูกย่อยสลายโดยเอนไซม์เฉพาะที่ เป็นปัจจัยสำคัญที่กำหนดความเร็วของการดูดซึม ซึ่งส่งผลโดยตรงต่อการออกแบบความถี่ในการฉีดรายวันหรือรายสัปดาห์

2. อายุยา หัวใจที่กำหนดความถี่ในการฉีด

ปัจจัยสำคัญที่สุดใน PK ที่กำหนดว่าต้องฉีดยาบ่อยแค่ไหนคือครึ่งชีวิต (Half-Life – T½) ของยานั้น ๆ ครึ่งชีวิตคือ ระยะเวลาที่ระดับยาในกระแสเลือดลดลงเหลือครึ่งหนึ่งของปริมาณเริ่มต้น

ความแตกต่างระหว่างยาฉีดรายวันและรายสัปดาห์


ปากกาลดน้ำหนักกลุ่ม GLP-1 agonists ถูกออกแบบให้มีครึ่งชีวิตแตกต่างกันอย่างชัดเจนตามสูตรโครงสร้างทางเคมี

ชนิดของยา

ตัวอย่างยา

ครึ่งชีวิตโดยประมาณ

ความถี่ในการฉีด

รายวัน

-

ประมาณ 13 ชั่วโมง

วันละ 1 ครั้ง

รายสัปดาห์

Semaglutide

ประมาณ 165 ชั่วโมง (6-7 วัน)

สัปดาห์ละ 1 ครั้ง

  • เหตุผลที่ต้องฉีดรายวัน ยา Liraglutide
    ประมาณ 13 ชั่วโมง ซึ่งหมายความว่า หากฉีดเพียงวันละครั้ง ระดับยาจะค่อย ๆ ลดลงและเกือบหมดจากร่างกายภายใน 24 ชั่วโมง การฉีดทุกวันจึงเป็นสิ่งจำเป็นเพื่อรักษาระดับยาในเลือดให้คงที่ เพื่อให้การควบคุมความหิวเป็นไปอย่างต่อเนื่องตลอดวัน
  • เหตุผลที่ฉีดรายสัปดาห์ได้ ยา Semaglutide ถูกปรับโครงสร้างโมเลกุล (เช่น การจับกับกรดไขมัน) ให้มีความเสถียรมากขึ้นและมีความสามารถในการเกาะกับโปรตีนในพลาสมาได้นานขึ้น ทำให้ครึ่งชีวิตยาเพิ่มขึ้นเป็นประมาณ 165 ชั่วโมง การฉีดเพียงสัปดาห์ละครั้งจึงเพียงพอที่จะรักษาระดับยาให้มีประสิทธิภาพตลอด 7 วัน โดยไม่ต้องฉีดบ่อย ๆ

3. การรักษาระดับยาในเลือดให้คงที่

เป้าหมายหลักของการกำหนดความถี่ในการฉีดคือการทำให้เกิด Steady-State Concentration หรือ ระดับยาคงที่ ในกระแสเลือด

  • Steady-State คืออะไร ? คือจุดสมดุลที่ปริมาณยาที่ถูกเติมเข้าไป (จากการฉีด) มีค่าเท่ากับปริมาณยาที่ถูกกำจัดออกจากร่างกาย (Metabolism & Excretion) ทำให้ระดับยาในเลือดไม่แกว่งตัวมากเกินไป
  • ผลต่อประสิทธิภาพ การถึงระดับยาคงที่นี้สำคัญอย่างยิ่งต่อประสิทธิภาพการควบคุมความอยากอาหารและระดับน้ำตาลในเลือด
    • ยาฉีดรายวัน จะเข้าสู่ภาวะคงที่ค่อนข้างเร็ว โดยทั่วไปภายใน 2-3 วัน
    • ยาฉีดรายสัปดาห์ เนื่องจากมีครึ่งชีวิตยาวกว่า จึงอาจใช้เวลาถึงประมาณ 4-5 สัปดาห์ (4-5 ครั้งของการฉีด) กว่าจะถึงระดับยาคงที่ นี่คือเหตุผลที่ผู้ใช้ยาฉีดรายสัปดาห์อาจต้องรอผลลัพธ์การลดน้ำหนักที่ชัดเจนจนกระทั่งเข้าสู่เดือนที่สองของการรักษา

ความสำคัญของการฉีดตามตาราง

การพลาดการฉีดหรือการเปลี่ยนวันฉีดอย่างไม่สม่ำเสมอจะทำให้ระดับยาในเลือดตกวูบลงอย่างรวดเร็วสำหรับยาฉีดรายวัน หรือระดับยาแกว่งตัวมากเกินไป สำหรับยาฉีดรายสัปดาห์ ซึ่งจะส่งผลให้

  1. ประสิทธิภาพลดลง ความอยากอาหารจะกลับมาเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว
  2. ผลข้างเคียงเพิ่มขึ้น การฉีดยาเมื่อระดับยาเดิมต่ำเกินไป อาจกระตุ้นให้เกิดผลข้างเคียงทางเดินอาหาร เช่น คลื่นไส้ ได้มากขึ้นได้
การควบคุมขนาดยา (Titration) การปรับ PK

4. การควบคุมขนาดยา (Titration) การปรับ PK เพื่อความสบายสูงสุด

เภสัชจลนศาสตร์ไม่ได้กำหนดแค่ความถี่ในการฉีด แต่ยังเป็นหลักการเบื้องหลังที่ทำให้แพทย์ต้องใช้กระบวนการ Titration (การปรับเพิ่มขนาดยาแบบค่อยเป็นค่อยไป)ด้วย

Titration ทำงานอย่างไร?

แพทย์จะเริ่มต้นการรักษาด้วยขนาดยาที่ต่ำที่สุด แล้วค่อยๆ เพิ่มขนาดยาขึ้นทุก 4 สัปดาห์ (หรือตามคำแนะนำของยาแต่ละชนิด) จนกว่าจะถึงขนาดยาที่มีประสิทธิภาพสูงสุดในการลดน้ำหนักและผู้ป่วยสามารถทนต่อผลข้างเคียงได้ดีที่สุด

  • เหตุผลเชิง PK การ Titration เป็นการให้โอกาสร่างกายและระบบทางเดินอาหารได้ ปรับตัว กับระดับยาที่เพิ่มขึ้นอย่างช้าๆ โดยมีเป้าหมายคือการเข้าสู่ Steady-State ในขนาดที่เหมาะสมที่สุด โดยไม่ทำให้เกิดผลข้างเคียงรุนแรง จากระดับยาที่พุ่งสูงเร็วเกินไป (Peak Concentration)
  • ความสำคัญต่อผลลัพธ์ การรีบเพิ่มขนาดยาเร็วเกินไปโดยไม่รอให้ร่างกายปรับตัว อาจทำให้ผู้ป่วยทนผลข้างเคียงไม่ไหวและต้องหยุดยากลางคัน ซึ่งทำให้ไม่สามารถเข้าถึงขนาดยาที่มีประสิทธิภาพสูงสุดในการลดน้ำหนักได้เลย

5. ผลต่อผลข้างเคียงและการลดน้ำหนัก

การออกแบบ PK ที่แตกต่างกันส่งผลต่อประสบการณ์การใช้ยาด้วย

  • ยาฉีดรายวัน (Liraglutide)
    มีระดับยาในเลือดที่พุ่งขึ้นและลงค่อนข้างเร็ว (Fluctuations) ทำให้ผู้ป่วยบางรายอาจรู้สึกคลื่นไส้ในช่วง 2-3 ชั่วโมง หลังฉีด แต่เนื่องจากต้องฉีดทุกวัน การปรับขนาดยาแบบค่อยเป็นค่อยไป (Titration) จึงช่วยให้ร่างกายคุ้นชินได้เร็วขึ้น
  • ยาฉีดรายสัปดาห์ (Semaglutide) มีระดับยาในเลือดที่คงที่กว่ามากหลังเข้าสู่ Steady-State ทำให้ผลข้างเคียงที่เกี่ยวข้องกับการแกว่งตัวของยามีน้อยลง แต่เนื่องจากยาคงอยู่ในระบบนาน หากเกิดผลข้างเคียงขึ้นมา ผลข้างเคียงนั้นก็จะอยู่กับผู้ใช้ยาตลอดสัปดาห์จนกว่ายาจะถูกขับออกไป ดังนั้น การ Titration อย่างระมัดระวังจึงสำคัญยิ่งกว่า

ความถี่ในการฉีดยาปากกาลดน้ำหนัก ทั้งรายวันและรายสัปดาห์ จึงไม่ใช่เรื่องบังเอิญ แต่เป็นผลจากการออกแบบทางเคมีอย่างชาญฉลาดตามหลัก Pharmacokinetics ที่เน้นให้ยาอยู่ในร่างกายในระดับที่มีประสิทธิภาพที่สุดและยาวนานที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้

การรักษาด้วยปากกาลดน้ำหนักต้องทำร่วมกับการควบคุมอาหารและการออกกำลังกายอย่างเหมาะสม และต้องอยู่ภายใต้การดูแลของแพทย์ที่เข้าใจหลักการ PK เป็นอย่างดี เพื่อให้สามารถปรับขนาดยาได้อย่างเหมาะสมและปลอดภัย

ติดต่อสอบถาม SCMC Clinic Bangkok (Srisukho Clinic of Mahanakhon Center) พร้อมให้คำแนะนำและประเมินโดยแพทย์ฟรี โดยไม่มีค่าใช้จ่าย

สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม
โทรศัพท์: 097 428 2999
LINE Official: @msc.skin
Facebook: MALI CLINIC Silom3 BY Doctor Gla
IG : maliclinic.silom3
Tiktok : @maliclinic.silom3
Website : https://scmcthailand.com

แนะนำให้จองล่วงหน้าเพื่อรับบริการตรงเวลา และได้รับการดูแลอย่างเต็มที่จากผู้มีประสบการณ์เฉพาะทาง

Leave a Comment

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *

Scroll to Top